สิ่งปลูกสร้างภายในวัดวาอาราม

เวลาที่เราไปวัดวาอารามต่างๆ เพื่อไปไหว้พระ ทำบุญ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตลอดจนการแวะไปเพื่อเที่ยวชมความงามของสถาปัตยกรรมภายในวัด เราจะเห็นว่ามีสิ่งปลูกสร้างหลายอย่าง ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น สถูปเจดีย์ พระปรางค์ วิหาร อุโบสถ (โบสถ์) มณฑป หอพระธรรม หรือ หอไตร และอื่นๆ เราอาจจะเรียกอาคารสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นกันไปตามป้ายชื่อที่บอกไว้ หรือตามที่คนอื่นเขาเรียกกัน แต่ยังจะขาดความเข้าใจว่ามันเป็นสถานทีที่สร้างขึ้นเพื่ออะไร มีวัตถุประสงค์สำหรับการใช้งานอย่างไร? มีลักษณะรูปแบบทางสถาปัตยกรรมแตกต่างกันอย่างไร? …

ที่เที่ยวไทย ถือโอกาสที่เพื่อนๆ หลงเข้ามาอ่านเรื่องนี้กันแล้ว จะขอแนะนำให้รู้จักกับสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในเขตพุทธาวาสของวัด ซึ่งในฐานะที่เราเป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง และเพื่อเพิ่มอรรถรสในการชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมภายในวัดวาอารามให้มากขึ้น ลองติดตามอ่านกันดูนะคะ (ข้อมูลจาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาชนฯ เล่ม 28)

สิ่งปลูกสร้างในเขตพุทธาวาส แบ่งออกเป็น สิ่งปลูกสร้างประเภทปูชนียสถาน ได้แก่ สถูปเจดีย์ และมหาธาตุเจดีย์ (พระปรางค์) และสิ่งปลูกสร้างประเภทศาสนสถาน ได้แก่ วิหาร โบสถ์ มณฑป หอพระธรรม เป็นต้น

สิ่งปลูกสร้างประเภทปูชนียสถาน

คือ สถานที่ประดิษฐานสิ่งสำคัญอันควรแก่การนับถือและการบูชาในพระพุทธศาสนา คือ พระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นเพื่อถวายไว้เป็น “พุทธานุสรณ์” คือ ที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า นิยมสร้างขึ้นเป็น 2 ประเภท คือ

  1. พระสถูปเจดีย์ เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีรูปคล้ายลอมฟาง มียอดแหลม บรรจุสิ่งที่เคารพนับถือไว้ภายใน มี 2 รูปแบบ คือ แบบทรงกรวยกลม และแบบทรงกรวยสี่เหลี่ยม

    ตัวอย่างของพระสถูปเจดีย์แบบทรงกรวยกลมในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ พระศรีรัตนมหาเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระสถูปเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร ส่วนในต่างจังหวัด ได้แก่ พระสถูปเจดีย์ วัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ตัวอย่างของพระสถูปเจดีย์แบบทรงกรวยสี่เหลี่ยมในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ พระสถูปเจดีย์เหลี่ยม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ส่วนในต่างจังหวัด ได้แก่ พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย ที่วัดสวนหลวงสบสวรรค์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  2. พระมหาธาตุเจดีย์ ปัจจุบันรู้จักกันในนามว่า “พระปรางค์” มีรูปทรงคล้ายฝักข้าวโพดที่วางตั้งด้านปลายแหลมขึ้น ยอดมีเหล็กแหลม ซึ่งทำเป็นรูปคล้ายหอก มีกิ่งเป็นรูปดาบแตกออกไปเป็น 4 ทิศ

    ตัวอย่างได้แก่ พระปรางค์วัดราชบูรณะและพระปรางค์วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร

สิ่งปลูกสร้างประเภทศาสนสถาน

ใช้เป็นสถานที่สำหรับพระสงฆ์ประชุมทำสังฆกรรม และทำพิธีต่างๆ ตามประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา ประกอบด้วยอาคารต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. วิหาร คือ อาคารที่ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป คำว่า วิหาร นี้ แต่เดิมหมายถึง “ที่อยู่” โดยไม่จำกัดบุคคลชั้นใด ต่อมาในสมัยพุทธกาล หมายถึงที่อยู่สำหรับ พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวก ครั้นพระพุทธเจ้าดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว วิหารได้รับการสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธปฏิมากร” คือ รูปแทนองค์พระพุทธเจ้า ดังนั้น คำว่า วิหาร ในความเข้าใจโดยประเพณีนิยม จึงมีความหมายจำเพาะว่า “สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูป” วัดไทยแต่ละแห่งอาจมีวิหารได้มากกว่า 1 หลัง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการที่จะใช้ประโยชน์ และสนองคติความเชื่อ ฉะนั้นจึงมีสิ่งปลูกสร้างทำเป็นวิหารประเภทต่างๆในบริเวณพุทธาวาส ดังต่อไปนี้

    • วิหารหลวงคือ วิหารหลังที่สร้างบนพื้นที่ที่อยู่ทางด้านหน้าพระสถูปเจดีย์ หรือมหาธาตุเจดีย์ ออกไปทางทิศตะวันออก มักทำให้มีขนาดกว้างยาวและสูงเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้มิได้อาศัยคำว่า “หลวง” ซึ่งแปลว่า “ใหญ่” เป็นเครื่องกำหนดความใหญ่โตของ วิหาร คำว่า “วิหารหลวง” เป็นชื่อเฉพาะ หรือวิสามัญนามของวิหารประเภทนี้เท่านั้น ตัวอย่างเช่น วิหารหลวงในวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
    • วิหารทิศ คือ วิหารหลังที่สร้างขึ้นเป็นบริวารของปูชนียสถาน และอุโบสถสถาน อยู่ต่อออกไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก เว้นแต่ทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งวิหารหลวง ตัวอย่างเช่น พระวิหารทิศในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร
    • วิหารคด คือ วิหารขนาดย่อมๆที่สร้างไว้ตามมุมใดมุมหนึ่งในเขตพุทธาวาส ลักษณะเป็นหลังยาวหักเป็นข้อศอกรับกับมุม ในเขตพุทธาวาส ตัวอย่างเช่น พระวิหารคดในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    • วิหารราย คือ วิหารขนาดย่อมๆ มีทั้งลักษณะอย่าง “วิหารโถง” และ “วิหารกั้นฝารอบ” สร้างเป็นหลังๆเรียงรายอยู่รอบเขตพุทธาวาส ตัวอย่างเช่น วิหารรายในวัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    • วิหารน้อย คือ วิหารหลังย่อมๆ ที่สร้างขึ้นสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ สร้างไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งในเขตพุทธาวาส ตัวอย่างเช่น พระวิหารน้อยในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    • วิหารแกลบ คือ วิหารขนาดเล็กมาก ภายในวิหารมีพื้นที่ขนาดพอรับรองพระภิกษุนั่งได้เพียงรูปเดียว วิหารแกลบใช้เป็นสถานที่สำหรับพระภิกษุเจริญกัมมัฏฐาน ตัวอย่างเช่น วิหารแกลบในวัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    • วิหารพระไสยาสน์ คือ วิหารที่สร้างขึ้นสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ วิหารประเภทนี้มีทั้งที่สร้างขนาดใหญ่และขนาดย่อมตามส่วนที่ต้องการบังแดดและฝนให้แก่พระพุทธรูป ซึ่งมีขนาดยาวต่างกัน ตัวอย่างเช่น พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

     

  2. มณฑป คือ อาคารที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นอย่างเรือนรูปสี่เหลี่ยม มักทำหลังคาเป็นรูปทรงกรวยสี่เหลี่ยม ปลายเรียวแหลม ใช้เป็นสถานที่สำหรับประดิษฐาน พระพุทธรูป รอยพระพุทธบาท หรือพระไตรปิฎกที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น พระมณฑป วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร และพระมณฑปวัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

  3. อุโบสถ หรือเรียกโดยย่อว่า โบสถ์ คือ อาคารสำหรับพระสงฆ์ ใช้ประโยชน์ในการทำ “อุโบสถกรรม” เป็นประจำทุกๆ กึ่งเดือน โดยการทำอุโบสถกรรม หมายถึง การที่พระสงฆ์มาประชุมร่วมกันเพื่อสวดปาติโมกข์ อันได้แก่ พุทธบัญญัติว่าด้วยวินัยของสงฆ์ 227 ข้อ

  4. หอพระธรรม หรือ หอไตร คือ อาคารสำหรับเก็บรักษา “พระไตรปิฎก” เปรียบเสมือน “หอสมุด” ของวัดแต่ละแห่ง เป็นที่เก็บรักษาคัมภีร์คำสอนของพระพุทธศาสนา ซึ่งพระสงฆ์ใช้สำหรับศึกษาและเผยแผ่แก่บรรดาพุทธศาสนิกชน หอพระธรรม หรือหอไตรเป็นอาคารขนาดเล็กๆ ยกพื้นสูง มักทำเฉลียงรอบ และปลูกสร้างหอขึ้นในสระ โดยใช้น้ำหล่อเสาเพื่อกันมด ปลวก และหนู มิให้ไปทำลายพระคัมภีร์ต่างๆ วัดส่วนมากมีหอไตรเพียงหลังเดียว แต่วัดใหญ่ๆ โดยเฉพาะวัดที่เป็นพระอารามหลวงจะ มีหอพระธรรมหรือหอไตรมากกว่า 1 หลัง

  5. ระเบียง คือ สิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะอย่างโรงยาวๆ ด้านหน้าเปิดโล่งด้านหลังกั้นฝาทึบ มีหลังคาคลุมตลอด ระเบียง มักทำขึ้นล้อมพระสถูปเจดีย์ มหาธาตุเจดีย์ อุโบสถ และวิหาร อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยสร้างขึ้นเป็น 2 ลักษณะ คือ
    • ระเบียงเหลี่ยม มีลักษณะเป็นโรงยาววงเป็นรูปกรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบสิ่งที่อยู่ภายใน ระเบียงลักษณะนี้เรียกว่า ระเบียงเหลี่ยมหรือระเบียงสี่เหลี่ยม ตัวอย่างเช่น พระระเบียงล้อมรอบพระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

    • ระเบียงกลม มีลักษณะเป็นโรงยาว วงเป็นรูปวงกลมล้อมรอบสิ่งที่อยู่ภายใน ระเบียงที่มีลักษณะเช่นนี้เรียกว่า ระเบียงกลม ตัวอย่างเช่น พระระเบียงล้อมรอบองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม

  6. กำแพงแก้ว คือ สิ่งก่อสร้างสำหรับ กั้นเขตแดนออกเป็นสัดส่วน มีลักษณะเป็นกำแพงขนาดเตี้ยๆที่ทำขึ้นสำหรับล้อมเขตที่ตั้งอุโบสถ วิหาร สถูปเจดีย์ มหาธาตุเจดีย์

  7. ศาลาราย คือ สิ่งปลูกสร้างลักษณะ อย่างโรงรูปทรงสี่เหลี่ยม โดยมากยกพื้นเตี้ยๆ มีหลังคาทรงจั่ว และมักทำเป็นศาลาโถง ไม่นิยมกั้นฝา ปลูกเรียงรายไปโดยรอบอุโบสถหรือวิหาร สำหรับพุทธศาสนิกชนใช้เป็นที่เตรียมการบำเพ็ญกุศล หรือนั่งพักผ่อนขณะมาปฏิบัติธรรมในวัด ตัวอย่างเช่น ศาลารายวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และวัดสุทัศนเทพวราราม ในกรุงเทพมหานคร

แถมท้ายเรื่องความแตกต่างระหว่าง อุโบสถ (โบสถ์) และวิหาร ความแตกต่างของทั้งสองอาคารนั้น สังเกตได้จาก ถ้าเป็นโบสถ์ จะมีซุ้มเสมาหรือใบเสมา (บางคนเรียกว่า สีมา ) ล้อมรอบอยู่ ส่วนวิหารนั้นจะไม่มีใบเสมาล้อมรอบอยู่ค่ะ แต่ในปัจจุบันบางวัดก็สร้างโบสถ์และวิหารรวมกันเป็นหลังเดียวกัน ไม่ได้จำกัดว่าเป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจของสงฆ์เพียงอย่างเดียว แต่คนทั่วไปก็สามารถเข้าไปประกอบพิธีกรรมต่างๆ ได้

ขอแถมอีกเรื่องสุดท้ายค่ะ สำหรับคนที่สงสัยว่า โบสถ์ อุโบสถ และพระอุโบสถ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ทั้งสามคำหมายถึงสถานที่เดียวกัน คือ สถานที่สําหรับพระสงฆ์ใช้ประชุมทําสังฆกรรม เช่น สวดพระปาติโมกข์ อุปสมบท มีสีมาเป็นเครื่องบอกเขต และก่อนที่จะมาเป็นโบสถ์ที่ถูกต้องตามพระวินัยจะต้องมีสังฆกรรมที่เรียกว่า ผูกสีมา หรือ ผูกพัทธสีมาก่อน

โดยคำว่า “โบสถ์” เป็นคำเรียกย่อของอุโบสถ หรือพระอุโบสถ มักใช้ในภาษาพูด และใช้เรียกสถานที่ประกอบพิธีกรรมของศาสนาอื่นได้ เช่น โบสถ์พราหมณ์ โบสถ์คริสต์ “อุโบสถ” ใช้กับวัดราษฏร์ และ “พระอุโบสถ” ใช้กับวัดที่เป็นพระอารมหลวง (วัดหลวง) นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ก็มีคำเรียกอื่น เช่น ภาคอีสาน เรียกว่า “สิม” เช่น สิมอีสานประยุกต์ของวัดป่าแสงอรุณ

สิ่งปลูกสร้างภายในวัดวาอาราม, 3.8 out of 5 based on 8 ratings
VN:F [1.9.10_1130]
คะแนน: 3.8/5 (8 โหวต)

เกี่ยวกับ จอย

เจ้าของ บล็อกสอนทำเว็บไซต์ enjoyday.net และร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์ rudedog rudedogonline.com