การจัดระเบียบชั้นพระอารามหลวง

การที่ประเทศไทยมีวัดเป็นจำนวนมาก ก็เนื่องจากประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นั้นนับถือศาสนาพุทธ   สำหรับผู้ที่นิยมไปทำบุญ ไหว้พระขอพร ที่วัดต่างๆ คงจะพอทราบประวัติของวัดนั้นๆ มาบ้าง และอาจได้ยินว่าบางวัดมีสร้อยต่อท้ายเป็นราชวรมหาวิหาร หรือราชวรวิหาร แต่บางวัดก็เป็นชื่อวัดธรรมดาไม่มีสร้อยนามต่อท้าย ทั้งนี้เพราะวัดในประเทศไทย แบ่งออกเป็น พระอารามหลวง (หรือวัดหลวง) วัดราษฎร์ และวัดร้าง

พระอารามหลวง คือ วัดที่พระมหากษัตริย์ หรือพระบรมวงศานุวงศ์ เช่น สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระยุพราช ทรงสร้างหรือทรงบูรณปฏิสังขรณ์ หรือมีผู้สร้างน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นวัดหลวง และวัดที่ราษฎรสร้าง หรือบูรณปฏิสังขรณ์ และขอพระราชทานให้ทรงรับไว้เป็นพระอารามหลวง (ในปัจจุบันนี้ วัดที่ได้ยกย่องขึ้นเป็นพระอารามหลวงนั้นต้องมีลักษณะถูกต้องตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง พ.ศ. 2518 จึงจะนับเป็นพระอารามหลวงได้)

ส่วนวัดราษฎร์ เป็นวัดที่ประชาชนสร้าง หรือปฏิสังขรณ์ เช่น วัดประสาทบุญญาวาส และวัดร้างนั้นเป็นวัดที่ทรุดโทรม ไม่มีพระสงฆ์พำนักอาศัยจำพรรษา ทางราชการจะขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งหากบูรณะได้อาจยกเป็นวัดมีพระสงฆ์ต่อไป เช่น วัดไชยวัฒนาราม (พระนครศรีอยุธยา)

เวลาเราไปทำบุญไหว้พระที่พระอารามหลวง หรือวัดหลวง น่าจะเคยได้ยินว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร, วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรมหาวิหาร, วัดโสธรวราราม (ฉะเชิงเทรา) เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร จะเห็นว่าพระอารามหลวงนอกจากมีการแบ่งชั้นแล้ว ยังมีแยกระดับอีกด้วยนะคะ หลายคนอาจสงสัยว่าวัดที่เป็นพระอารามหลวงนั้นมีการแบ่งชั้นและระดับกันอย่างไร

การจัดลำดับชั้นของวัดหลวง เริ่มมีขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2485 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดระเบียบแบ่งชั้นพระอารามหลวงออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นเอก ชั้นโท และชั้นตรี แต่ละชั้นยังแยกชนิดออกไปอีกหลายระดับ โดยมีสร้อยต่อท้ายชื่อวัดตามฐานะดังนี้ ค่ะ

1. พระอารามหลวงชั้นเอก ได้แก่ วัดที่มีเจดียสถานบรรจุพระบรมอัฐิ หรือเป็นวัดที่มีเกียรติสูง มี 3 ระดับ คือ
1.1 ชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร
1.2 ชนิดราชวรวิหาร
1.3 ชนิดวรมหาวิหาร

2. พระอารามหลวงชั้นโท ได้แก่ วัดที่มีเจดียสถานสำคัญ มี 4 ระดับ คือ
2.1 ชนิดราชวรมหาวิหาร
2.2 ชนิดราชวรวิหาร
2.3 ชนิดวรมหาวิหาร
2.4 ชนิดวรวิหาร

3. พระอารามหลวงชั้นตรี ได้แก่ วัดประจำหัวเมือง หรือวัดที่มีความสำคัญชั้นรอง มี 3 ระดับ คือ
3.1 ชนิดราชวรวิหาร
3.2 ชนิดวรวิหาร
3.3 ชนิดสามัญ (ไม่มีสร้อยนามต่อท้าย)

วัดหลวงที่มีฐานะสูงสุด คือ ชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชนิดพิเศษ ที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาขึ้น เพื่อเป็นวัดประจำพระนคร หรือประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ ในประเทศไทยปัจจุบันมีพระอารามหลวงชนิดนี้ จำนวน 6 วัด ได้แก่
วัดในส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร)
1) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
2) วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
3) วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
4) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร
วัดในส่วนภูมิภาค
5) วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี
6) วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม

ถ้าใครอยากทราบรายชื่อพระอารามหลวงในประเทศไทยทั้งหมด คลิกที่นี่ค่ะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: เว็บธรรมะไทย

ท่องเที่ยว อื่นๆ

  • วัดพระธาตุช่อแฮ
    วัดพระธาตุช่อแฮ
    วัดบ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล มาเที่ยวแพร่แล้วควรมานมัสการพระธาตุช่อแฮเพื่อความเป็นศิริมงคล
  • วัดหนองแวง
    วัดหนองแวง
    พระอารามหลวงชั้นตรี มีพระมหาธาตุแก่นนคร หรือ พระธาตุ 9 ชั้น ชั้นบนสุดของพระธาตุเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
  • วัดโสธรวรารามวรวิหาร
    วัดโสธรวรารามวรวิหาร
    พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทรา
  • วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
    วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
    พระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของประเทศ
  • วัดโพธิ์ชัยเสมาราม
    วัดโพธิ์ชัยเสมาราม
    วัดเก่าที่ชาวบ้านได้นำใบเสมาหินที่ขุดพบมารวบรวมไว้จำนวนมาก มีใบเสมาหินขนาดใหญ่ที่อาจถือเป็นเอกลักษณ์ของอีสาน
ป้ายกำกับการท่องเที่ยว:
,
VN:F [1.9.10_1130]
คะแนน: 0.0/5 (0 โหวต)

เกี่ยวกับ จอย

เจ้าของ บล็อกสอนทำเว็บไซต์ enjoyday.net และร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์ rudedog rudedogonline.com