7 เทคนิคการถ่ายภาพ สำหรับมือใหม่กล้อง Canon EOS DSLR

7 เทคนิคการถ่ายภาพ สำหรับมือใหม่กล้อง DSLR

เรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพของมืออาชีพ และสร้างสรรค์ภาพสวยงาม ด้วยการปรับควบคุมได้อย่างอิสระจากกล้อง Canon EOS ของคุณ

การถ่ายภาพบุคคล (Portrait Photography)

การถ่ายภาพบุคคลเป็นงานที่นักถ่ายภาพมักจะต้องถ่ายภาพอยู่เสมอๆ ในขณะที่ไปท่องเที่ยว หรือในงานกิจกรรมของครอบครัวและกลุ่มเพื่อน เพื่อเป็นที่ระลึก นักถ่ายภาพส่วนใหญ่มักจะถ่ายภาพบุคคลด้วยแสงธรรมชาติ ในสถานที่ต่างๆ ซึ่งมีองค์ประกอบที่สวยงาม

อุปกรณ์ถ่ายภาพ
องค์ประกอบภาพของภาพบุคคลที่นิยม หรือชื่นชอบมากที่สุดก็คือภาพคนที่เด่นอยู่ในสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศ เน้นความคมชัดของตัวแบบกับฉากหลังที่มีสีสันและนุ่มหรือเบลอ ซึ่งการเลือกใช้เลนส์เทเล หรือเลนส์ซูมที่มีช่วงเทเล ตั้งแต่ 135mm ไปจนถึง 200mm จะให้ความนุ่มนวลและความเบลอของฉากหลังได้มากที่สุด ซึ่งนักถ่ายภาพมืออาชีพมักจะเลือกใช้เลนส์เทเลซูม 70-200mm ที่มีช่องรับแสงกว้าง เช่น เลนส์ EF70-200mm F/2.8L IS USM เพื่อให้จัดองค์ประกอบภาพได้อย่างสะดวก มีช่องรับแสงกว้าง ซึ่งสามารถปรับให้ฉากหลังนุ่มนวลได้ง่าย และมีระบบ IS เพื่อช่วยป้องกันภาพสั่นจากความสั่นของกล้องด้วย และในกรณีที่ต้องการถ่ายภาพบุคคลร่วมกับสถานที่ที่มีความสวยงาม จะใช้เลนส์ซูมมุมกว้างหรือเลนส์ซูมมาตรฐาน เพื่อให้มุมรับภาพครอบคลุมทั้งตัวแบบและสถานที่

การถ่ายภาพบุคคล

ภาพบุคคลถ่ายด้วยเลนส์เทเลซูมไวแสง EF70-200mm F/2.8L USM ใช้ระบบบันทึกภาพ Av เปิดช่องรับแสง F/4 เพื่อให้ฉากหลังเบลอ ภาพนี้วัดแสงด้วยระบบเฉพาะจุด (Spot) ที่ใบหน้าของตัวแบบ และใช้ Picture Style แบบ Portrait เพื่อให้โทนของสีผิวแลดูเนียนขึ้น

ภาพนี้ต้องการสื่อความน่ารักสดใสของตัวแบบ จึงจัดองค์ประกอบภาพให้เต็มเฟรมเป็นภาพแนวตั้งเพื่อให้ตัวแบบมีขนาดใหญ่ชัดเจน เลือกฉากหลังให้มีสีสวยงาม การจัดแสงของภาพนี้ ตัวแบบยืนอยู่ในร่มแล้วใช้แผ่นสะท้อนแสงช่วยสร้างประกายตา และทำให้สีผิวสดใสขึ้นด่้วย

ในอดีต นักถ่ายภาพบุคคลยังนิยมใช้ฟิลเตอร์ซอฟท์ เพื่อปรับภาพให้นุ่ม โดยเฉพาะภาพถ่ายผู้หญิง แต่ในยุคดิจิตอล นักถ่ายภาพที่ฝึกปรับภาพด้วย Picture Style แบบ Portrait ที่มีอยู่ในตัวกล้องและซอฟท์แวร์ตกแต่งภาพมักจะนำภาพมาปรับให้นุ่มนวลได้มากกว่า เพราะสามารถปรับได้อย่างละเอียดมาก และไม่มีผลเสียต่อภาพต้นฉบับ (ซึ่งถ่ายมาอย่างคมชัด)

เปรียบเทียบระหว่างการปรับแต่งภาพ ด้วย PictureStyle แบบ Standard และ Portrait เมื่อใช้กับภาพถ่ายบุคคล

  • PictureStyle Standard:
    ภาพจะมีสีสด มีความคมชัดและความเปรียบต่างสูงพอประมาณ มีรายละเอียดสูง
  • PictureStyle Portrait:
    โทนสีผิวจะเรียบเนียนกว่า และอมสีชมพูเรื่อๆ สีของเสื้อผ้าจะสดใสมีความคมชัดและความเปรียบต่างลดลง ช่วยให้ภาพดูนุ่มนวล
PictureStyle Standard
PictureStyle Standard
PictureStyle PortraitPictureStyle Portrait

การจัดแสง
การจัดแสงหมายถึงการเลือกทิศทางของแสงและคุณภาพของแสงที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสวยงามและอารมณ์ของภาพเป็นอย่างมาก

แสงที่ถ่ายภาพบุคคลได้สวยและถ่ายทอดอารมณ์ที่อบอุ่นของภาพได้ดีก็คือ แสงในยามเช้าและเย็น ซึ่งดวงอาทิตย์ทำมุมต่ำและเฉียง และการจัดให้ตัวแบบหันหลังให้กับแหล่งกำเนิดแสงจะช่วยสร้างประกายแสงที่ผม และไหล่ ทำให้ภาพงดงามและมีมิติ แสงในช่วงนี้ยังให้ความรู้สึกที่อบอุ่นด้วย เรียกว่าการจัดแสงแบบแสงเฉียงหลัง

เมื่อจัดแสงแบบแสงเฉียงหลัง สิ่งที่ควรระวังก็คือในหน้าของแบบอาจจะไม่สดใสเท่าที่ควร ซึ่งแก้ปัญหาได้โดยการชดเชยแสงให้สว่างขึ้น หรือใช้แผ่นสะท้อนแสง หรือใช้แฟลชช่วยเปิดเงา

การถ่ายภาพบุคคล

เมื่อจัดแสงแบบเฉียงหลัง ควรใช้ระบบวัดแสงที่มีความละเอียด เช่น ระบบวัดแสงเฉพาะจุดหรือเฉพาะส่วน วัดแสงที่หน้าของตัวแบบ และอาจชดเชยแสงให้โอเวอร์ (+) ประมาณ 2/3-1 สต๊อป เพื่อให้ผิวดูสว่าง

ภาพตัวอย่างนี้ถ่ายด้วย เลนส์ EF70-200mm F/2.8L USM ด้วยระบบ Av F/5.6 วัดแสงเฉพาะจุดที่หน้าของตัวแบบ

Canon เคล็ดลับการถ่ายภาพ

  • ยิ่งใช้เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสสูง และยิ่งเปิดช่องรับแสงกว้าง (F2.8) ฉากหลังก็จะยิ่งเบลอ
  • เลือกฉากหลังที่มีสีสันสดสวยเป็นพื้นหลังของภาพ
  • ภาพบุคคลจะสวยงามด้วยแสงเงา ลองถ่ายภาพในลักษณะกึ่งย้อนแสง (แสงเฉียงหลัง) และใช้แฟลชในตัวกล้องช่วยเปิดเงาที่หน้าของตัวแบบถ้าพบว่าตัวแบบดูคล้ำเกินไป
  • สำหรับนักถ่ายภาพที่ไม่มีประสบการณ์ในการใช้กล้องมาก่อน แนะนำให้ใช้โปรแกรม Portrait

การถ่ายภาพทิวทัศน์ (Landscape Photography)

ภาพถ่ายทิวทัศน์ที่สวยงาม มักจะพบในแหล่งท่องเที่ยวตามธรรรมชาติและป่าเขา นอกจากความงามของสถานที่ ช่วงเวลาที่ไปถ่ายภาพก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความงดงามให้กับภาพทิวทัศน์ด้วย ตามปกติ มักจะถ่ายภาพกันตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึงเวลาพลบค่ำ ซึ่งแสงสีของท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนแปลง ดวงอาทิตย์กลมโตทอแสงอ่อนๆ เป็นภาพประทับใจ ที่อยู่ในความทรงจำเสมอ

ทิวทัศน์บนดอยแม่อูคอ ถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง EF24mm ใช้ระบบบันทืกภาพ Av เปิดช่องรับแสงแคบปานกลาง F/8 เพื่อผลของช่วงความชัดที่ครอบคลุมได้จากฉากหน้าถึงระยะอนันต์ และใช้ฟิลเตอร์โพราไรซ์ตัดหมอกบนท้องฟ้าเพื่อให้ท้องฟ้าเป็นสีเข้มสด

ใช้ Picture Style แบบ Landscape เพื่อให้ภาพคมชัดสูง และได้สีสันของท้องฟ้าที่อิ่มตัว

การถ่ายภาพทิวทัศน์

อุปกรณ์ถ่ายภาพ
แม้เลนส์มุมกว้างจะถูกใช้มากกว่าเลนส์ช่วงอื่นๆ ในการเก็บภาพบรรยากาศที่สวยงาม กว้างตระการตา แต่เลนส์ช่วงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ช่วงมาตรฐานไปจนถึงเทเล และซูเปอร์เทเล ต่างก็ถ่ายทอดภาพอันสวยงามได้อย่างน่าประทับใจในสไตล์ที่แตกต่างกัน

เรามักจะใช้เลนส์มุมกว้างถ่ายภาพทิวทัศน์ที่สวยงามและกว้างสุดสายตา หรือถ่ายภาพที่มีฉากหน้าประกอบอยู่ใกล้กับกล้องที่ต้องการเน้นให้มองเห็นเด่นชัด และหรี่ช่องรับแสงให้แคบพอประมาณ เพื่อให้ช่วงความชัดครอบคลุมสิ่งต่างๆ ในภาพได้ทุกระยะ

การถ่ายภาพทิวทัศน์

ทิวทัศน์ริมชายทะเลถ่าย ด้วยเลนส์ EF-S 10-22mm F/3.5-4.5 ซึ่งเป็นเลนส์ซูมมุมกว้างพิเศษ ที่ช่วง 10mm จะเห็นต้นไม้ที่อยู่ใกล้กับกล้องซึ่งมีระยะห่างจากกล้องเพียง 50 ซม. ทำให้ดูใกล้ชิดมาก และความใกล้ก็ทำให้ต้นไม้ดูเด่นชัด ในขณะเดียวกับที่ได้ความกว้างของบรรยากาศจากมุมรับภาพที่กว้างของเลนส์ด้วย

ให้สังเกตความชัดของภาพ ที่ชัดตั้งแต่ต้นไม้และก้อนหินที่อยู่ด้านล่างของเฟรมไปจนถึงไกลสุดที่เมฆบนท้องฟ้า เป็นคุณสมบัติของเลนส์มุมกว้างที่ให้ความชัดลึกที่สูงมากกว่าเลนส์ชนิดอื่นๆ

EF-S 10-22mm F/3.5-4.5
Canon EF-S 10-22mm F/3.5-4.5

นอกจากเลนส์มุมกว้างแล้ว เลนส์ช่วงอื่นๆ เช่น เลนส์มาตรฐาน หรือเลนส์เทเลก็มักจะถูกหยิบมาใช้ เมื่อต้องการเน้นวัตถุที่อยู่ห่างออกไปให้มีขนาดเด่นชัดในเฟรม หรือต้องการเน้นเฉพาะพื้นที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งให้เด่นชัด เช่น ต้องการถ่ายภาพทิวเขาที่สลับซับซ้อนที่ไกลออกไป หรือถ่ายภาพดวงอาทิตย์

อุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ที่ควรจะเตรียมไว้ก็คือ ฟิลเตอร์โพราไรซ์ ใช้สำหรับตัดแสงสะท้อน ฟิลเตอร์ชนิดนี้จะทำให้ภาพมีสีสันสดขึ้น และทำให้ภาพมีรายละเอียดมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ซอฟท์แวร์ตกแต่งภาพไม่สามารถปรับแต่งได้

การวัดแสง
สำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์โดยทั่วไป ระบบวัดแสงเฉลี่ยทั้งภาพ เป็นระบบที่มีโอกาสเกิดความผิดพลาดต่ำกว่าแบบอื่น และใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว แต่ในบางกรณีที่มักจะถ่ายภาพบ่อยๆ เช่น เมื่อถ่ายภาพในช่วงโพล้เพล้ หรือต้องการถ่ายภาพวัตถุที่มีรูปทรงให้เป็นเงามืด ควรจะเลือกใช้ระบบวัดแสงที่ละเอียดสำหรับเจาะจงวัดแสงในพื้นที่ที่ต้องการ ก็จะได้ภาพเงามืดที่สวยงาม

หรือเมื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีดวงอาทิตย์ประกอบอยู่ในภาพ ก็ควรวัดแสงในพื้นที่ซึ่งมีแสงอ่อนลง หรือวัดแสงโดยไม่รวมดวงอาทิตย์อยู่ในพื้นที่วัดแสงด้วย เพราะค่าแสงที่วัดได้อาจจะเกิดความผิดพลาดได้ง่าย

เมื่อถ่ายภาพย้อนแสง หรือมีดวงอาทิตย์รวมอยู่ในเฟรม การวัดแสงด้วยระบบเฉลี่ยทั้งภาพอาจเกิดความผิดพลาดได้ ควรใช้ระบบที่ละเอียดขึ้น เช่น วัดเฉพาะส่วนหรือเฉพาะจุด วัดแสงในพื้นที่ซึ่งมีความสว่างพอประมาณ

การถ่ายภาพทิวทัศน์
เมื่อวัดแสงในพื้นที่ซึ่งมีความสว่างพอประมาณ ภาพออกมาเหมือนจริง
การถ่ายภาพทิวทัศน์
เมื่อวัดแสงบริเวณที่มืด ภาพจะแลดูสว่างเกินไป
การถ่ายภาพทิวทัศน์
เมื่อวัดแสงบริเวณสว่าง ภาพจะแลดูมืดเกินไป

Canon เคล็ดลับการถ่ายภาพ

  • ใช้ระบบแสดงเส้นกริด (Grid Display) ในขณะใช้ระบบ Live View เพื่อตรวจสอบความเอียงของเส้นขอบฟ้า
  • เลือก Picture Style เป็น Landscape เพื่อให้ท้องฟ้ามีสีสดเข้มและภาพที่คมชัด
  • ก่อนถ่ายภาพ ตรวจสอบช่วงความชัดด้วยปุ่มตรวจสอบเสมอ (ดูผลได้ที่ช่องเล็งภาพปกติหรือจอ LCD เมื่อใช้ Live View)

การถ่ายภาพมาโคร (Macro Photography)

มาโคร เป็นงานถ่ายภาพที่แตกต่างจากการถ่ายภาพแบบอื่นๆ เพราะเป็นการถ่ายภาพสิ่งเล็กๆ ที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจนด้วยตาเปล่า การถ่ายภาพมาโครจึงเป็นการเปิดโลกใบเล็กๆ ที่งดงาม ที่มีสีสัน รูปทรง และความแปลกตา ภาพถ่ายมาโครจึงเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์

การถ่ายภาพมาโคร

ผีเสื้อขนาดเล็กจิ๋ว ประมาณ 1 นิ้ว กำลังดูดกินน้ำหวานจากดอกไม้ กำลังขยายของเลนส์มาโครช่วยให้เรามองเห็นรายละเอียดบนลวดลายของปีก ขนปีก และรายละเอียดของเกสรดอกไม้

เราสามารถใช้อุปกรณ์เสริมพิเศษหลายๆ แบบที่จะทำให้เลนส์ถ่ายภาพตัวเดิมที่มีอยู่ สามารถถ่ายภาพได้ใกล้มากขึ้น และมีกำลังขยายสูงเช่นเดียวกับเลนส์มาโครได้ แต่หากต้องการภาพที่มีคุณภาพสูง เลนส์มาโครก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ให้คุณภาพดีที่สุด และสะดวกในการใช้งานมากที่สุด

ภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์ EF100mm F/2.8 Macro USM ที่อัตราส่วนของภาพ 1:1 (เท่าขนาดจริง) ใช้ระบบ Av ช่อง รับแสง F/16

EF100mm F/2.8L Macro IS USM
Canon EF100mm F/2.8L Macro IS USM

การถ่ายภาพมาโคร
การถ่ายภาพมาโครหมายถึงการถ่ายภาพในอัตราส่วนเท่าขนาดจริง หรือ 1:1 แต่อนุโลมให้การถ่ายภาพขนาดครึ่งหนึ่งของขนาดจริง (1 : 2) เป็นการถ่ายภาพมาโครด้วยเช่นกัน แต่การถ่ายภาพที่มีอัตราส่วนต่ำกว่านี้ จะเรียกว่าการถ่ายภาพโคลสอัพ เช่น การถ่ายภาพดอกไม้หรือสิ่งของที่มีขนาดใหญ่พอควร

การถ่ายภาพมาโครเป็นที่นิยมของนักถ่ายภาพธรรมชาติ เช่น ถ่ายภาพดอกไม้เล็กๆ แมลง ส่วนในเชิงพาณิชย์ก็จะเป็นเครื่องประดับ อัญมณี ที่ใช้ในงานโฆษณา

Canon เคล็ดลับการถ่ายภาพ

  • การถ่ายภาพสิ่งเล็กๆ ด้วยอัตราขยายสูง อาจจะเกิดภาพสั่นหรือเบลอได้ง่ายกว่าปกติ ความสั่นนั้น อาจเกิดจากวัตถุเองร่วมกับความสั่นของกล้อง ดังนั้นควรรอให้วัตถุอยู่นิ่งที่สุด และตั้ง Custom Function [ C.Fn-8: Mirror lockup] ตั้งเป็น [1:Enable] ให้กล้องล็อคกระจกสะท้อนภาพ ตั้งกล้องบนขาตั้งกล้อง และลั่นชัตเตอร์ด้วยรีโมทหรือใช้สายลั่นชัตเตอร์ หรือใช้ระบบหน่วงเวลาถ่าย ภาพ 2 วินาที เพื่อให้ตัวกล้องมีความสั่นเกิดขึ้นน้อยที่สุด

เทคนิคการโฟกัส
เมื่อค้นพบสิ่งเล็กๆ ที่ต้องการถ่ายภาพแล้ว ลองเคลื่อนกล้องเข้าใกล้ให้มากที่สุด และทดลองจัดภาพจนได้ขนาดวัตถุตามที่ต้องการ จะสังเกตว่า เมื่อโฟกัสไปที่ตำแหน่งใดๆ ในเฟรม จุดที่อยู่ห่างออกไปแม้แต่เพียงเล็กน้อยก็จะเริ่มพ้นไปจากความชัดอย่างรวดเร็ว

แมลงเต่าทองขนาดเล็กจิ๋วที่เกาะอยู่กับกุหลาบหิน เน้นการโฟกัสที่ดวงตาและส่วนหัวซึ่งเป็นจุดสำคัญของภาพถ่ายแมลง ที่อัตราส่วนของภาพ 1:1 (เท่าขนาดจริง) ช่วงความชัดจะตื้นมากๆ เมื่อถ่ายภาพที่อัตราขยายสูงสุด ต้องหรี่ช่องรับแสงให้แคบมากๆ ที่ระดับ F/22 เพื่อเพิ่มช่วงความชัดให้มีมากขึ้นดังที่ปรากฏในภาพ

การถ่ายภาพมาโคร

สำหรับการถ่ายภาพมาโคร ระบบออโต้โฟกัสอาจจะโฟกัสผิดจากตำแหน่งที่ต้องการ หรือไม่อาจโฟกัสให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้เนื่องจากจุดนั้นมีขนาดเล็กหรือมีความเปรียบต่างต่ำ กรณีนี้ควรจะเปลี่ยนมาใช้ระบบโฟกัสแบบแมนนวล (MF) เพื่อปรับภาพในตำแหน่งที่ต้องการด้วยการหมุนปรับด้วยตนเอง และหลังจากเลือกจุดที่จะโฟกัสได้แล้ว ปรับช่องรับแสงให้แคบลง เช่น F/11 หรือ F/16 หรือแคบกว่านั้น แล้วลองกดปุ่มตรวจสอบช่วงความชัดเพื่อตรวจดูว่าความชัดนั้นครอบคลุมพื้นที่ และระยะที่ต้องการแล้วหรือไม่

เคล็ดลับการถ่ายภาพมาโคร
ความยากของการถ่ายภาพมาโครมักจะเกิดขึ้นจากความสั่น ทั้งที่เกิดจากความสั่นของวัตถุเอง (ซึ่งมักจะเกิดจากแรงลม) และความสั่นของกล้อง (การใช้มือถือ, การเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนในตัวกล้อง, การใช้นิ้วกดชัตเตอร์โดยตรง ฯลฯ)

เมื่อหรี่ช่องรับแสงให้แคบ ความไวชัตเตอร์จะลดต่ำลงมาก ผลของความสั่นต่างๆ ก็จะปรากฏให้เห็นชัดขึ้นด้วย

การถ่ายภาพมาโคร

มุมมองของภาพมาโครและการจัดองค์ประกอบภาพก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพของดอกลีลาวดีที่แลดูธรรมดาๆ กลายเป็นภาพที่ดูแปลกตาและสวยงาม

โดยภาพนี้มองจากด้านล่างของดอกไม้และย้อนแสง ซึ่งเน้นการไล่สีและรูปทรงของกลีบดอกให้ดูราวกับเป็นภาพวาด

ภาพนี้ถ่ายที่อัตราส่วนของภาพราว 1:3 (ประมาณ 30% ของขนาดจริง) โดยใช้เลนส์ EF100mm F/2.8 Macro USM

เมื่อต้องการภาพที่มีคุณภาพสูงคมชัดและไม่ปรากฏความสั่น ควรใช้ขาตั้งกล้องที่แข็งแรง ตั้งกล้องบนพื้นที่มั่นคง ใช้ระบบล็อคกระจกสะท้อนภาพก่อนถ่ายภาพ ลั่นชัตเตอร์ด้วยสายลั่นหรือรีโมท หรือใช้ระบบหน่วงเวลาถ่ายภาพ 2 วินาที เพื่อลดความสั่นจากการใช้นิ้วกดชัตเตอร์โดยตรงและรอจังหวะที่วัตถุอยู่นิ่งสนิท ภาพก็จะคมชัดที่สุด

Canon เมื่อไม่มีขาตั้งกล้อง
หากไม่ได้นำขาตั้งกล้องติดตัวไปด้วย และต้องการถ่ายภาพมาโครให้มีคุณภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

  1. ปรับความไวแสงให้สูงขึ้น เพื่อให้ความไวชัตเตอร์สูงขึ้น
  2. ใช้เลนส์ที่มีระบบ IS หรือ Hybrid IS* เพื่อช่วยลดความสั่นจากการสั่นของมือ

* ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบไฮบริด (Hybrid IS: Hybrid Image Stabilizer) เป็นระบบที่แคนนอนออกแบบเป็นรายแรกของโลก ซึ่งระบบนี้จะช่วยลดการสั่นไหวของกล้องได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทั้งการสั่นไหวของกล้องแบบขึ้น-ลง (Shift camera shake) และแบบมุมก้มเงย (Tilt camera shake) ทำให้ภาพถ่ายคมชัดทุกองศาการเคลื่อนไหว

การถ่ายภาพน้ำตก (Waterfall Photography)

สายน้ำตก เป็นความสวยงามและน่าประทับใจ เมื่อถ่ายเป็นภาพของสายน้ำสีขาวที่นุ่มนวลและกำลังไหลผ่านโตรกหิน ลดเลี้ยวไปตามลำธารและแวดล้อมด้วยป่าที่เขียวชะอุ่ม

สายน้ำเป็นส่วนประกอบในภูมิทัศน์ที่สวยงามของทีลอซู ในบรรยากาศอันยิ่งใหญ่ มองเห็นแอ่งน้ำในฉากหน้า กับสายน้ำตกหลายๆ สายในฉากหลัง ด้วยการควบคุมความชัดลึกจากเลนส์มุมกว้าง

ในป่าอันรกทึบ จะมีมุมหรือมีจุดตั้งกล้องที่เห็นภูมิทัศน์กว้างขวางเช่นนี้เพียงไม่กี่แห่ง เราอาจเลือกมุมถ่ายภาพที่เป็นมุมกว้าง หรือตัดส่วนของภาพให้แน่นด้วยเลนส์เทเล

ภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์ EF 16-35mmF/2.8L II USM ซูมที่ช่วง 24mm ระบบ Av F/16 ใช้ Picture Style แบบ Landscape

การถ่ายภาพน้ำตก

มุมมอง-น้ำตก
สำหรับภาพน้ำตก จุดเด่นมักจะเป็นสายน้ำตก เสริมด้วยความสวยงามอื่นๆ ที่มีอยู่ในธรรมชาติมารวมเป็นองค์ประกอบภาพ เช่น แอ่งน้ำ ดอกไม้ป่า โขดหินขนาดใหญ่ สภาพป่า ฯลฯ

มักจะนิยมถ่ายภาพน้ำตกในมุมกว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ สายน้ำตกก็ไม่ควรจะมีขนาดเล็กจนเกินไป การเลือกเลนส์ที่จะนำมาใช้ จึงขึ้นอยู่กับขนาดน้ำตก และ ระยะที่ตั้งกล้อง รวมทั้งสิ่งน่าสนใจอื่นๆ ที่จะนำมารวมอยู่ในองค์ประกอบภาพ

สายน้ำที่นุ่มนวล
ภาพน้ำตกที่สวยงาม มักจะเป็นภาพที่แสดงความนุ่มนวลของสายน้ำ เลือกใช้ระบบบันทึกภาพที่ควบคุมความไวชัตเตอร์ให้ต่ำได้ เช่น ใช้ Av แล้วปรับช่องรับแสงให้แคบ (f/11 หรือ f/16) หรือใช้ Tv กำหนดความไวชัตเตอร์ให้ต่ำ (1/30 วินาทีหรือต่ำกว่า)

การถ่ายภาพน้ำตก การถ่ายภาพน้ำตก

เมื่อค่าแสงมีความแตกต่างกันมากในเฟรม เช่น สายน้ำสีขาวสว่าง ตัดกันกับโขดหินสีดำเข้ม ควรใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุด หรือเฉพาะส่วน วัดแสงที่สายน้ำ โดยอาจจะชดเชยให้กับความสว่างประมาณ 1 stop ก็จะได้ภาพที่มีสายน้ำสีขาว และโขดหินที่เป็นสีเข้มสมจริง

ทั้งสองภาพนี้ถ่ายด้วยความไว ชัตเตอร์ต่ำประมาณ 2 วินาที จึงเห็นความเคลื่อนไหวของสายน้ำตกที่นุ่มนวล

ในสภาพแสงจ้า นักถ่ายภาพอาจจะต้องใช้ฟิลเตอร์โพราไรซ์ เพื่อลดแสงให้ได้ความไวชัตเตอร์ต่ำตามที่ต้องการ

Canon เคล็ดลับการถ่ายภาพ

  • เมื่อใช้ระบบวัดแสงที่ละเอียด เช่น เฉพาะส่วนหรือเฉพาะจุด ควรวัดแสงที่บริเวณส่วนสว่างในภาพ และชดเชยค่าการเปิดรับแสงตามที่จำเป็น (มักจะชดเชยให้โอเวอร์ +)
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความเข้มสว่างของภาพก่อนถ่ายภาพ โดยดูผลการปรับตั้งด้วยระบบ Live View
  • ดูภาพที่ถ่ายแล้วทันที หากไม่ได้ผลที่พอใจให้ปรับแก้ระดับการชดเชยแสงแล้วจึงถ่ายภาพใหม่

การถ่ายภาพกีฬา (Sport Photography)

หยุดภาพอิริยาบถที่สนุกสนาน หรือสร้างสรรค์ภาพให้แสดงความเคลื่อนไหว โดยเทคนิคง่ายๆ ในการควบคุมความไวชัตเตอร์ ซึ่งเทคนิคนี้ใช้ได้กับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบอื่นๆ เช่น การเล่นของเด็กๆ

ชัตเตอร์สูงๆ ช่วยหยุดหยดน้ำที่กำลังกระเซ็นในจังหวะที่นักกีฬาโผตัวขึ้น กีฬาแต่ละชนิดมีแอ็คชั่นที่แตกต่างกัน นักถ่ายภาพต้องสังเกตและค้นหาอิริยาบถที่น่าตื่นตาที่สุด ช่างภาพกีฬามักจะเปิดช่องรับแสงให้กว้างหรือร่วมกับการใช้ความไวแสงสูง เพื่อความไวชัตเตอร์ที่สูงเท่าที่จะเป็นไปได้

ภาพนี้ใช้เลนส์ EF300mm F/4L IS USM ช่องรับแสง F/4 1/2000 วินาที

การถ่ายภาพกีฬา

หยุดแอ็คชั่นประทับใจ
เลนส์ที่มักจะใช้ถ่ายภาพกีฬาส่วนใหญ่ จะเป็นเลนส์เทเล เพราะต้องถ่ายภาพจากระยะห่างพอสมควร ขึ้นอยู่กับชนิดกีฬาแต่ละชนิด

นักถ่ายภาพกีฬามักจะใช้ระบบบันทึกภาพ Av และเปิดช่องรับแสงกว้างสุด เพื่อให้ได้ความไวชัตเตอร์ที่สูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และแพนกล้องติดตามการเคลื่อนที่ของการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา เพื่อรอจังหวะลั่นชัตเตอร์ในวินาทีสำคัญ โดยระบบโฟกัสที่สะดวกสบายและติดตามโฟกัสได้ตลอดเวลาก็คือ AI SERVO และเมื่อใช้ร่วมกับระบบบันทึกภาพต่อเนื่อง ก็สามารถคัดเลือกภาพที่สวยงามที่สุดจากภาพทั้งชุดที่ถ่ายเอาไว้

การถ่ายภาพกีฬา

ไอเดียดีๆ ในการสร้างสรรค์ภาพให้มีการเคลื่อนไหวด้วยการใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำๆ เช่นในภาพนี้ ใช้ระบบ Tv ตั้งชัตเตอร์ 1/4 วินาที ถ่ายภาพในขณะที่รถแข่งกำลังพุ่งขึ้นจากหลุมโคลน

Canon เคล็ดลับการถ่ายภาพ

  • ความสวยงามของภาพกีฬานั้นขึ้นอยู่กับจังหวะ นักถ่ายภาพต้องสังเกตลักษณะของกีฬาแต่ละชนิด เพื่อถ่ายภาพในจังหวะที่เป็นจุดเด่นของกีฬาชนิดนั้นๆ
  • ไม่จำเป็นเสมอไปที่ภาพกีฬาจะต้องถ่ายให้คมชัดด้วยความไวชัตเตอร์สูงๆ เท่านั้นสามารถใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำๆ เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวให้เกิดขึ้นในภาพ ก็จะได้ภาพที่สวยงามจากผลของการเคลื่อนไหว

การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม (Architect Photography)

เมื่อท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ภาพที่เรามักจะได้ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็คือ ภาพอาคาร โบราณสถาน และสิ่งก่อสร้างในสถานที่นั้นๆ มีเทคนิคง่ายๆ ที่ไม่ยากต่อการจดจำ ซึ่งจะช่วยให้ถ่ายภาพสถาปัตยกรรมสวยๆ ได้อย่างน่าประทับใจ

ภาพพระราชวังที่หลวงพระบาง ถ่ายภาพใกล้ด้วย เลนส์มุมกว้างพิเศษ EF16-35mm F/2.8L II USM ที่ช่วงซูม 16mm เลือกเอาธงทิวสีแดงและเสาธงเป็นส่วนประกอบในฉากหน้า และจัดให้อาคารอยู่ภายในช่องของเส้นสามเหลี่ยม ทำให้ภาพดูมีระยะตื้น-ลึก และมีสีสันมากขึ้น

สำหรับภาพนี้ปรับสีของท้องฟ้าให้เป็นสีฟ้าเข้มโดยใช้ฟิลเตอร์โพราไรซ์ และใช้ Picture Style แบบ Landscape

การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม

เทคนิคการถ่ายภาพ
ลองใช้เลนส์ที่มีมุมกว้างที่สุดเท่าที่มี และทดลองหามุมกล้องที่ทำให้คุณเข้าใกล้สิ่งก่อสร้างนั้น โดยที่ยังเก็บส่วนต่างๆ ได้ครบถ้วน ตั้งแต่ฐานจนถึงยอด อาจจะต้องเงยกล้องขึ้นเล็กน้อยเพื่อเก็บภาพส่วนยอดที่แหลม

ลองค้นหามุมกล้องที่บรรจุเอาสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ โดยเฉพาะสิ่งที่มีสีสันเข้าเป็นฉากหน้าใกล้ๆ กับกล้องด้วยจะทำให้ภาพมีมิติและมีสีสันที่น่าสนใจมากขึ้น

คุณสมบัติข้อหนึ่งของเลนส์มุมกว้างก็คือ มักจะสร้างความบิดโค้งให้วัตถุที่อยู่ในบริเวณขอบภาพ ดังนั้น ควรจะจัดให้ตัวอาคารอยู่กึ่งกลางของเฟรมโดยเฉพาะเมื่อเงยกล้องขึ้น จะทำให้ภาพดูไม่ผิดธรรมชาติมากจนเกินไป

การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม

เมื่อใช้เลนส์มุมกว้างถ่ายภาพสิ่งที่มีความสูง การตั้งกล้องให้ตรงจะมีความสำคัญมาก เพราะหากบิดเบนไปทางซ้ายหรือขวาเพียงเล็กน้อย ความโค้งงอของอาคารก็จะปรากฏขึ้นทันที ควรจะใช้การแสดงเส้นตาราง (Grid Display) ของระบบ Live View ช่วยในการจัดภาพ และควรใช้ขาตั้งกล้อง จะทำให้การจัดภาพสะดวกขึ้น

ภาพถ่ายด้วยเลนส์ EF24-70mm F/2.8L ที่ช่วง 24mm ระบบ Av F/8

หากจัดภาพผิดพลาด ความโค้งเอียงของอาคารจะทำให้องค์ประกอบภาพเสียไป ภาพจะดูไม่มั่นคง และทำให้รู้สึกถึงความผิดปกติมากขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองและความตั้งใจของนักถ่ายภาพแต่ละคนที่อาจต้องการสร้างภาพถ่ายในมุมมองที่แปลกตา

Canon เคล็ดลับการถ่ายภาพ

การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม การนำเอาสิ่งที่มีอยู่ในบริเวณมารวมอยู่ภายในองค์ประกอบภาพ เช่น การนำเอาซุ้มทางเดินมาอยู่ในภาพ ช่วยทำให้เกิดมิติความลึกมากขึ้น และยังเพิ่มกรอบบังคับสายตาไปยังจุดเด่น
การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม ทั้งภายนอกและภายในอาคาร มักจะประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิต ที่ทำให้ภาพดูสวยงามและแปลกตาเช่น รูปก้นหอยของอาคารสมัยเก่า หรือทางเดินที่เป็นเส้นตรง หรือเส้นโค้งหรือรูปทรงเรขาคณิตของตัวอาคารเอง

การถ่ายภาพกลางคืน (Zoom Burst)

ภาพถ่ายกลางคืนนั้นมีความสวยงามจากแสงสีของไฟประดับ และแสงไฟที่เกิดจากกิจกรรมในเวลากลางคืน ใช้เลนส์ที่เก็บแสงสีได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเฟรม เพื่อไม่ให้ภาพโล่งเกินไป เทคนิคของเลนส์ก็ช่วยสร้างสรรค์ภาพให้แปลกตา จากความไวชัตเตอร์ต่ำๆ

กิจกรรมในเวลาค่ำคืนมักปรากฏเป็นภาพของแสงสีที่สวยงามและน่าประทับใจ ให้สังเกตว่าภายในภาพมีส่วนที่เข้มมืดอยู่มาก ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพจะทำให้การวัดแสงผิดพลาดได้ง่าย

ในภาพนี้ใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุด วัดตรงส่วนที่เป็นสีส้มซึ่งไม่ตรงกับหลอดไฟ ใช้เลนส์ EF24-70mm F/2.8L USM

การถ่ายภาพกลางคืน

การเปิดรับแสง
สำหรับการเก็บภาพความงดงามของแสงสีกลางคืน ความผิดพลาดมักจะเกิดจากการวัดแสงที่ผิดพลาดมากกว่าอย่างอื่น ส่วนใหญ่ภาพมักจะสว่างกว่าจริง สีสันไม่เข้มสดเหมือนที่ตาเห็น

หากพิจารณาองค์ประกอบภาพของภาพกลางคืนทุกๆ ภาพ จะพบว่ามีส่วนประกอบของพื้นที่สีดำเข้ม มากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งพื้นที่สีเข้มนี้จะทำให้การวัดแสงผิดพลาดได้ง่าย

หลักการวัดแสงก็คือ ควรวัดแสงในบริเวณส่วนของแสงไฟหรือพื้นที่สว่าง ด้วยระบบวัดแสงเฉพาะจุด หรือเฉพาะส่วน แล้วชดเชยแสงให้อันเดอร์ประมาณ 1 stop เพื่อให้สีเข้มขึ้น

ในกรณีของการถ่ายภาพแสงไฟกลางคืน ช่องรับแสงจะมีผลต่อขนาดของเส้นแสงด้วย ถ้าเปิดช่องรับแสงกว้างเส้นแสงจะใหญ่ ถ้าเปิดช่องรับแสงแคบพอประมาณ เส้นแสงจะเล็กและคมชัด

การถ่ายภาพกลางคืน

ภาพแสงสีในสวนสนุกที่มีการเคลื่อนไหว ถ่ายด้วยการเปิดรับแสงนาน 4 วินาที โดยตั้งกล้องไว้บนขาตั้งกล้อง ปล่อยให้แสงไฟลากเป็นลวดลายขึ้น

ในภาพ ถ่ายด้วย เลนส์ EF70-200mm F/2.8L USM

เคล็ดลับการถ่ายภาพ
การถ่ายภาพกลางคืนมีข้อได้เปรียบก็คือ มักจะวัดแสงได้ความไวชัตเตอร์ต่ำมาก เปิดโอกาสให้สามารถสร้างสรรค์ภาพเคลื่อนไหวจากแสงสีได้ ทั้งจากการเคลื่อนไหวของแสงไฟที่เคลื่อนที่ หรือจากการเคลื่อนกล้อง หรือจากการใช้เทคนิคระเบิดซูม

ภาพระเบิดซูม เป็นเทคนิคที่เกิดจากการหมุนซูมเลนส์ในระหว่างการเปิดรับแสง การซูมเลนส์จะทำให้จุดแสงเกิดการเคลื่อนที่และปรากฏเป็นเส้น บางครั้งเส้นก็อาจมีความคดเคี้ยวตามความสั่นของมือ

7 เทคนิคการถ่ายภาพ สำหรับมือใหม่กล้อง Canon EOS DSLR, 4.1 out of 5 based on 54 ratings

แหล่งที่มา: Canon EOS Basic Photography บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด

VN:F [1.9.10_1130]
คะแนน: 4.1/5 (54 โหวต)