พาเที่ยวภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์

เพราะไม่ได้เที่ยวมาหลายเดือน พอใครชวนไปไหนฉันก็พร้อมจะไปลุยด้วยทันที ตอนแรกที่พี่เรศชวน ฉันรู้สึกอยากเที่ยวมากเลยตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิด ไม่สนด้วยว่า ภูสอยดาว อยู่ที่ไหน เพราะอยากไปพักผ่อนเต็มที่ ขอแค่ได้ออกจากกรุงเทพฯ ไปพักผ่อนไกลๆ เป็นพอ โดยไม่ได้รู้เลยว่าทริปนี้ไม่ได้ไปชิลล์อย่างที่คิด

พอใกล้วันเดินทางก็เริ่มหาข้อมูล แล้วเมื่อได้ข้อมูลก็เริ่มกังวลแกมตื่นเต้น แหม จะไม่ให้กังวลได้อย่างไร ก็ระยะทางจากตีนภูถึงลานกางเต้นท์คือ 6.5 กิโลเมตร โอ้แม่เจ้า ยาวไกลอะไรขนาดนี้ ทางก็ไม่ธรรมดาซะด้วย ทริปนี้เป็นการเดินขึ้นภูครั้งแรกในชีวิต ถือว่าเป็นทริปที่หินที่สุดในชีวิตเลยก็ได้ ทางเดินลื่นบางจังหวะ ชันบางเวลา มีทางเรียบให้พักผ่อนบ้างบางครั้งบางคราว

เราเริ่มออกจากกรุงเทพประมาณ 4 ทุ่ม ประมาณตีห้ารถจอดแวะซื้อของสดเพื่อขึ้นไปทำอาหารบนภู หกโมงเช้าถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวน้ำตกภูสอยดาว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินขึ้นภู เรารับประทานอาหารเช้า เตรียมสัมภาระให้ลูกหาบขน โดยแยกชุดเดินทางวันกลับไว้บนรถ เพราะตอนกลับเราจะกลับลงมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันข้างล่าง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องหอบขึ้นไปให้ (ลูกหาบ) เหนื่อย

แล้วก็เริ่มออกเดินทาง ฝนตกพรำๆ ทำให้เดินลำบากเล็กน้อย ผ่านจากลำธารน้ำตกก็สู่เนินส่งญาติ ตอนแรกนึกว่าส่งญาติเสร็จจะต้องกลับบ้านซะแล้ว ทางชันได้ใจเลยจริงๆ ต่อด้วยเนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง และสุดท้ายคือเนินมรณะ เห็นชื่อเนินแต่ละเนินแล้วก็อยากจะเป็นลม แต่ก็เดินกันต่อไป ระหว่างทางได้เพื่อนมากมาย ทั้งที่ไปและไม่ได้ไปด้วยกัน ผลัดกันเดิน ผลัดกันพัก และนอกจากนี้ยังมีวิวงามๆ ให้แวะถ่ายรูปได้ตลอดทาง ฉันใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงจุดชมวิวและลานสน แต่บางคนก็ใช้เวลาน้อยกว่านั้น


พอมาถึงลานดอกไม้ใต้ทิวสน จะบอกว่าเห็นแล้วหายเหนื่อยก็ไม่ได้ เพราะยังเหนื่อยอยู่ ฮ่าๆๆ พวกเราถ่ายรูปกับดอกหงอนนาค ต้นสน กันซะเพลิน ก่อนจะเดินไปกางเต้นท์สำหรับพักผ่อนตอนกลางคืน เสร็จแล้วก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่ริมผา รับประทานอาหารเย็น คุยเล่นเฮฮากันไป ใครอยากทำอะไรก็ทำ

ขอเตือนสักเล็กน้อย สำหรับห้องน้ำที่หลายคนคงจะกังวล โดยเฉพาะผู้หญิง ห้องน้ำที่นี่มีหลายห้องทีเดียว แต่เป็นระบบ manual นั่นคือ ไม่มีน้ำในห้องน้ำ ต้องเดินไปตักน้ำจากลำธารมาใช้ ไม่รู้ว่าทำให้คลายกังวล หรือกังวลมากยิ่งขึ้น ฮิฮิ

พอตกดึก อากาศบนภูเย็นเล็กน้อย มีดาวเต็มฟ้า ใครอยากนอนก็นอน ใครไม่ง่วงออกมากินลมชมดาวก็ได้

วันรุ่งขึ้นหลังจากดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ รับประทานอาหารเช้า พวกเราออกเดินทางแต่เช้าไปยังน้ำตกสายทิพย์ ชมความงามเขียวขจี ของน้ำตก ตะไคร่น้ำ และมอส

ตอนบ่ายก็เที่ยวชมทุ่งดอกหงอนนาคไปเรื่อย แล้วการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่เที่ยวในประเทศนะคะ เราเดินทางข้ามประเทศด้วย แอบแว้บ ไปประเทศลาวมาด้วย ฮิฮิ



วันสุดท้าย ก็ตื่นแต่เช้า เดินลงจากภูตามเส้นทางเดิม ถ่ายรูปเก็บความทรงจำกันอีกรอบ จริงๆ ไม่อยากกลับเล้ย ตอนลงใช้เวลาน้อยกว่าตอนขึ้นก็จริง แต่รู้สึกว่าตอนลงมันยากกว่าตอนขึ้นอีกนะ เจ็บนิ้วเท้ามากมาย เพราะต้องคอยเบรคตลอดทาง

การเดินทางครั้งนี้ ฉันได้เพื่อนมากมาย และมีหลายคนที่ไม่ได้มาภูสอยดาวครั้งแรก บางคนมามากกว่าสองครั้งแล้วด้วย แมกไม้ สายธาร ฝน หมอก ดอกไม้ ทั้งหมดนี้คงเป็นเสน่ห์ของภูสอยดาวละมั้ง ที่ทำให้หลายคนต้องกลับไปอีกครั้ง เพราะฉะนั้น ถ้ามีเวลาว่าง ลองไปสัมผัสธรรมชาติที่ภูสอยดาวกันซักครั้งสิคะ

คำแนะนำเล็กน้อยสำหรับการเตรียมตัวขึ้นภูสอยดาว เพราะบนภูไม่มีอะไรขายเลย! อาหารและอุปกรณ์การทำอาหารต่างๆ หม้อ กะทะ จาน ชาม ช้อน ส้อม ต้องเตรียมจากข้างล่างขึ้นไป และนอกจากนี้ของใช้อื่นๆ ที่จำเป็นเช่น ไฟฉาย โลชั่นกันแมลง ยาสามัญประจำบ้านต่างๆ ก็ควรนำขึ้นไปด้วยเช่นกันค่ะ การแต่งกายก็ควรเตรียมเสื้อผ้าที่แห้งเร็วมีน้ำหนักเบา รองเท้าก็ควรเป็นรองเท้าเดินป่า มีดอกยาง และที่ขาดไม่ได้ก็คือเสื้อกันฝน เพราะฝนจะตกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สำหรับผู้ที่ต้องการไปดูดอกไม้แนะนำให้ไปเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนตุลาคมค่ะ

พาเที่ยวภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์, 5.0 out of 5 based on 3 ratings

เหมาะสำหรับ

เยาวชน, ผู้ใหญ่, คู่รัก, เที่ยวเป็นกลุ่ม, เที่ยวผจญภัย

พิกัดตำแหน่ง

ละติจูด: 17.69571
ลองจิจูด: 100.948

ท่องเที่ยว อื่นๆ

ป้ายกำกับการท่องเที่ยว:
,
VN:F [1.9.10_1130]
คะแนน: 5.0/5 (3 โหวต)

เกี่ยวกับ เจ

ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

เว็บไซต์: http://www.iamwannee.com/