ทุ่งกะมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

Thung Kamang, Phukhieo Wildlife Sanctuary

ประวัติความเป็นมา

ทุ่งกะมัง เป็นทุ่งที่เกิดจากการทำลายป่าของชาวบ้าน ที่ขึ้นไปบุกรุกป่าธรรมชาติเพื่อปลูกพืชและตั้งหลักแหล่ง จนผืนป่าถูกทำลาย สัตว์ป่าถูกล่า โดยเฉพาะกระซู่ ที่เป็นสัตว์ป่าสงวนที่หายากมาก ได้ถูกล่าไปแล้วถึง 3 ตัว ในบริเวณทุ่งกะมัง เกิดเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อปีพ.ศ. 2513 นำไปสู่การประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ในปีพ.ศ. 2515 พร้อมทั้งอพยพราษฎรออกจากเขตพื้นที่ไป สิ่งที่หลงเหลือคือทุ่งกว้างไม่เหลือเค้าสภาพของป่าทึบให้เห็นอีกต่อไป ความที่เป็นทุ่งโล่งมีภูเขาล้อมรอบมองดูเหมือนชามหรือกาละมัง จึงถูกขนานนามว่า "ทุ่งกะมัง"

เมื่อปี พ.ศ. 2526 และ พ.ศ. 2535 โครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ทุ่งกะมัง จังหวัดชัยภูมิ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่นในบริเวณนี้ เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกต่างๆ มีการจัดทำดินโป่งในบริเวณทุ่งกะมังเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่ง และเผาแปลงทุ่งหญ้าเพื่อให้เกิดหญ้าระบัด*เป็นอาหารของเก้ง กวางในช่วงฤดูแล้ง บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนืออ่างน้ำ

(*ในสภาพพื้นที่ป่าทุ่งหญ้าโดยทั่วไป หากต้นหญ้าที่มีอยู่แก่และต้นสูง สัตว์กินพืชทั้งหลาย เช่น เก้ง กวาง จะไม่ค่อยกิน เนื่องจากลำต้นจะแข็ง มีไฟเบอร์มาก และมีคุณค่าทางอาหารน้อย การจัดการทุ่งหญ้าโดยใช้วิธีการชิงเผาเพื่อให้หญ้าระบัดเป็นวิธีหนึ่งในการจัดการทุ่งหญ้าเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า เมื่อหญ้าอ่อนระบัดจะมีสัตว์กินพืชเข้ามาใช้พื้นที่เป็นจำนวนมาก ข้อดีของการชิงเผาอีกข้อหนึ่งคือ เป็นการป้องกันไฟป่าหากเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติและไม่มีการควบคุมจะเกิดอันตรายต่อสัตว์ป่าและสภาพป่าโดยทั่วไป)

ข้อมูลทั่วไป

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ตั้งอยู่บนเทือกเขาเพชรบูรณ์ เนื้อที่ 975,000 ไร่ (1,560 ตารางกิโลเมตร) ในเขตพื้นที่อำเภอคอนสาร อ.ภูเขียว อ.เกษตรสมบูรณ์ และ อ.หนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เป็นที่ราบบนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร เป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด 1 ใน 5 แห่งของประเทศ และเป็นผืนป่าแห่งเดียวของภาคอีสานเป็นที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสัตว์ป่าที่สมบูรณ์ที่สุดที่ยังเหลือให้สัตว์ป่าได้อาศัยตามธรรมชาติอย่างปลอดภัย

มีการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า การเพาะเลี้ยงและการขยายพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง เก้ง กวาง และเนื้อทราย โดยปล่อยสัตว์ให้อาศัยอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ สามารถสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ได้เอง ได้มีการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

สำหรับการมาเที่ยวทุ่งกะมัง ให้มาทางด่านตรวจ ศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวที่ 2 (ปางม่วง) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว อยู่ที่ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ

ทุ่งกะมัง เป็นทุ่งกว้างใหญ่คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร ตั้งอยู่กลางพื้นที่ป่าภูเขียวค่อนไปทางทิศตะวันตก ลักษณะเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติบนลูกเนินสูงต่ำสลับประดุจลูกคลื่นต่อเนื่องกันไป มีธารน้ำหลายสายไหลผ่าน พื้นที่โดยรอบเป็นป่าดิบเขา บางตอนมีป่าสนขึ้นสลับกับต้นเหียงและต้นก่อ บริเวณกลางทุ่งกะมังเกือบจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเลยนอกจากพันธุ์ไม้ดอกหลายชนิดขึ้นแซมตามกอหญ้าเป็นหย่อม เป็นสภาพที่สวยงามมาก

ทุ่งกะมัง ทุ่งกะมัง ทุ่งกะมัง ทุ่งกะมัง

จุดเด่นหรือสิ่งที่น่าสนใจ

สิ่งที่น่าสนใจของการมาเที่ยวทุ่งกะมังคือการชมเนื้อทรายอย่างใกล้ชิด

เนื้อทราย เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกกวางชนิดหนึ่ง มักหากินช่วงเช้า เย็น และกลางคืน มันมีสายตาที่ดีในความมืด ตาของเนื้อทรายสีดำและกลมโตใหญ่ จึงได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มีดวงตาสวยที่สุด แม่เนื้อทรายจะเลี้ยงลูกอย่างดีจนกระทั่งลูกโต ซึ่งมักพบว่าลูกที่โตแล้วยังติดตามแม่ตลอดเวลา

ทุ่งกะมัง

เมื่อลูกเนื้อทรายตัวผู้โตขึ้น มันจะเริ่มมีเขางอกออกมา ช่วงปีแรกเนื้อทรายจะมีเขาเล็กๆ  เรียกว่า เขาเทียน หลังฤดูผสมพันธุ์ของทุกปีมันจะผลัดเขาออกไป และปีต่อมาจะสร้างเขาใหม่มีกิ่งแขนงออกมาแต่ไม่ใหญ่นัก จนปีที่ 3 มันจะมีเขาที่ใหญ่และแข็งแรง เป็นที่สะดุดตาของตัวเมีย นั่นหมายความว่ามันเป็นเนื้อทรายที่โตเต็มที่แล้ว เมื่อใกล้ผสมพันธุ์ตัวผู้จะเริ่มมีความต้องการผสมพันธุ์ เนื้อทรายที่โตเต็มที่จะมีเขาที่สวยงามและแหลมคม แต่นั่นมีไว้เพื่อการต่อสู้แย่งชิงตัวเมีย หากเจอศัตรูปหรือสิ่งผิดปกติมันจะใช้เท้ากระทืบเพื่อขู่ และวิ่งหนี

ตามธรรมชาติแล้ว ถิ่นที่อยู่เดิมของมันอยู่ตามที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ และทุ่งหญ้าริมทะเลซึ่งมักมีกอหญ้าขึ้นอยู่มาก แต่ทุกวันนี้พื้นที่เหล่านี้ถูกคุกคามจนไม่เหลือพื้นตามธรรมชาติดั้งเดิมสำหรับพวกตาหวานเหล่านี้อีกแล้ว ปัจจุบันพบเนื้อทรายได้ที่ ห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะที่ภูเขียว เป็นสถานที่ที่มีเนื้อทรายอยู่มากที่สุด จากการเพาะขยายพันธุ์และสืบพันธุ์เองตามธรรมชาติ

เหมาะสำหรับ

เด็ก, เยาวชน, ผู้ใหญ่, ครอบครัว, ผู้ชาย, ผู้หญิง, เที่ยวเป็นกลุ่ม, เที่ยวผจญภัย

กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว

  • ชมธรรมชาติ
  • ดูสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อทราย นก ผีเสื้อ
  • พักผ่อนหย่อนใจ

เวลาทำการ

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.00 - 16.00 น.

(ไม่เปิดให้เข้าทัศนศึกษาในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน)

ค่าธรรมเนียม/ค่าเข้าชม

ชาวไทย
เด็ก 10 บาท
ผู้ใหญ่ 20 บาท

ชาวต่างชาติ
200 บาท

รถพาหนะ
รถหกล้อ 100 บาท
รถยนต์ 30 บาท
รถจักรยานยนต์ 20 บาท
รถจักรยาน 10 บาท

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
61 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์: 02-561-2916

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
ตู้ปณ. 3 ปทจ. ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 40130

สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวที่ 2 (ปางม่วง)
ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ

การเข้ามาทัศนศึกษาในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามี 2 กรณีคือ หากเข้าชมแบบไป-กลับวันเดียว สามารถขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่บริเวณด่านตรวจปางม่วง กรณีพักค้างแรมต้องได้รับอนุญาตจากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรุงเทพฯ โดยตรง หนังสือขออนุญาต (ล่วงหน้า 15 วันทำการ) ถึงผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. 10900

แบบฟอร์มการขออนญาตใช้สถานที่ และบ้านพักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า / เขตห้ามล่าสัตว์ป่า http://www.dnp.go.th/image4/renthouse.pdf

ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าค่อนข้างเคร่งครัดในกฎระเบียบเพราะสภาพพื้นที่ที่อุดมไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า การเดินทางเข้ามาในพื้นที่ก็เสมือนการเข้ามารบกวนธรรมชาติ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าจริงๆ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลเนื้อทรายบางส่วน จากรายการมหัศจรรย์ธรรมชาติ ตอนเนื้อทรายแห่งทุ่งกระมัง ของ Thai PBS เรื่องและภาพโดย กานต์ บุญเยาวลักษณ์

สถานที่ตั้ง

ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ

การเดินทาง

โดยรถยนต์
การเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวโดยทางรถยนต์ เริ่มจากอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ไปตามเส้นทาง ขอนแก่น-หล่อสัก ประมาณ 20 กิโลเมตร แยกซ้ายไปตามเส้นทางคอนสารเขื่อนจุฬาภรณ์ ถึงศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวที่ 2 ปางม่วง บริเวณ กิโลเมตรที่ 36 เริ่มเข้าสู่สำนักงานเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขียว ที่ด่านตรวจปางม่วง ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวที่ 2 และอาคาร บริการผู้มาเยือน เดินทางต่ออีก 7 กิโลเมตร ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าศาลาพรม และเมื่อเดินทางต่อไปอีก 17 กิโลเมตร จะถึงสำนักงาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว บริเวณทุ่งกะมัง รวมระยะทางจากอำเภอชุมแพถึงทุ่งกะมัง 80 กิโลเมตร

แผนที่ทุ่งกะมัง

พิกัดตำแหน่ง

ละติจูด: 16.5049
ลองจิจูด: 101.68975

VN:F [1.9.10_1130]
คะแนน: 4.6/5 (8 โหวต)

เกี่ยวกับ จอย

เจ้าของ บล็อกสอนทำเว็บไซต์ enjoyday.net และร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์ rudedog rudedogonline.com