เชียงใหม่

Chiang Mai

จังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อภาษาไทย: เชียงใหม่
ชื่อภาษาอังกฤษ: Chiang Mai
ชื่อไทยอื่นๆ: นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่, รัตนติงสาอภินวบุรีเชียงใหม่
สีประจำจังหวัด: สีฟ้าเข้ม
ต้นไม้ประจำจังหวัด: ทองกวาว
ดอกไม้ประจำจังหวัด: ทองกวาว
คำขวัญประจำจังหวัด: ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์

นพบุรี ศรีนครพิงค์ หรือเวียงพิงค์ ของพ่อขุนเม็งรายมหาราชในอดีต หรือเชียงใหม่ในวันนี้ คือเมืองที่เปรียบประดุจดังกุหลาบงามของแผ่นดินลานนาไทย เป็นเมืองใหญ่และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ และเป็นเมืองที่รวมรวมศิลปกรรม โบราณวัตถุ ตลอดจนวัฒนธรรมดั้งเดิมของลานนาไทยเอาไว้

จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทย ประมาณเส้นรุ้ง 16 องศาเหนือ และเส้นแวงประมาณ 99 องศาตะวันออก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,027 ฟุต (310 เมตร) ส่วนกว้างที่สุดจากตะวันตกจดตะวันออกประมาณ 138 กิโลเมตร ส่วนยาวที่สุดจากเหนือถึงใต้ประมาณ 320 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 20,107 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

ทิศเหนือ จดรัฐเซียงตุงของสหภาพพม่า
ทิศใต้ จดจังหวัดลำพูน และตาก
ทิศตะวันออก จดจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ทิศตะวันตก จดจังหวัดเชียงราย ลำปาง และลำพูน

การแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดเชียงใหม่แบ่งการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ คือ

  • อำเภอเมืองเชียงใหม่
  • อำเภอจอมทอง
  • อำเภอแม่แจ่ม
  • อำเภอเชียงดาว
  • อำเภอดอยสะเก็ด
  • อำเภอแม่แตง
  • อำเภอแม่ริม
  • อำเภอสะเมิง
  • อำเภอฝาง
  • อำเภอแม่อาย
  • อำเภอพร้าว
  • อำเภอสันป่าตอง
  • อำเภอสันกำแพง
  • อำเภอสันทราย
  • อำเภอหางดง
  • อำเภอฮอด
  • อำเภอดอยเต่า
  • อำเภออมก๋อย
  • อำเภอสารภี
  • อำเภอเวียงแหง
  • อำเภอไชยปราการ
  • อำเภอแม่วาง
  • อำเภอแม่ออน
  • อำเภอดอยหล่อ
  • อำเภอกัลยาณิวัฒนา

เทศกาล-งานประจำปี

งานร่มบ่อสร้าง
จัดขึ้นประมาณเดือนมกราคมของทุกปี ที่บริเวณศูนย์หัตกรรมร่มบ่อสร้าง มีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากกระดาษสา โดยเฉพาะร่มบ่อสร้าง มีการแสดงทางวัฒนธรรม ขบวนแห่ ประเพณีพื้นบ้าน และการประกวดต่างๆ

งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ
จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ในงานจัดให้มีการประกวดสวนหย่อมพันธ์ไม้ดอกไม้ประดับ ภาคเช้าของงานจะจัดให้มีขบวนรถบุปผชาติ และนางงามบุปผชาติ แห่จากบริเวณหน้าสถานีรถไฟ ผ่านสะพานนวรัฐไปสู่สวนสาธารณะหนองบวกหาด

งานประเพณีสงกรานต์
จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดงานประเพณีสงกรานต์ขึ้นเป็นประจำทุกปี ในระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน โดยในวันที่ 13 จะเป็นวันมหาสงกรานต์ โดยเริ่มจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร แห่ไปรอบเมืองเชียงใหม่ แล้วมีพิธีสรงน้ำพระ การก่อพระเจดีย์ทราย การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ และการเล่นสาดน้ำกัน

งานประเพณียี่เป็ง
จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี เป็นงานประเพณีที่น่าสนใจยิ่งของจังหวัดเชียงใหม่ จะมีการปล่อยโคมลอยเพื่อเป็นการบูชาพระธาตุจุฬามณีบนสวรรค์ มีการจุดดอกไม้ไฟ ประกวดกระทง ขบวนแห่นางนพมาศ ฯลฯ

สถานที่น่าสนใจในเขตเมือง

วัดสวนดอก
ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพ วัดนี้พระเจ้ากือนา ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ ของพระรัตนปัญญาเกตุ) เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถระสุมน ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลักธิลังกาวงศ์ในแผ่นดินลานนาไทย วัดนี้แต่เดิมเป็นพระราชอุทยานของกษัตริย์ลานนาไทยสมัยแรกเริ่ม มีสถาปัตยกรรมสำคัญ คือ เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงกลม กู่บรรจุอัฐิเจ้าตระกูล ณ เชียงใหม่ และวิหารโถง นอกจากนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเก้าตื้อ ซึ่งพญาเมืองแก้วโปรดให้หล่อขึ้น

วัดเชียงมั่น
อยู่ถนนราชภาคินัย เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดภายในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 1839 พระองค์ทรงยกพระตำหนักที่ประทับชื่อ ตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า วัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่ คือ พระเสตังคมณี หรือ พระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่ มีสถาปัตยกรรมสำคัญได้แก่ เจดีย์สี่เหลี่ยมผสมทรงกลม ฐานช้างล้อม พระอุโบสถ และหอไตร

วัดพระสิงห์วรวิหาร
อยู่ถนนสามล้าน เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งซึ่งประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ประดิษฐานอยู่ในวิหารลายคำ เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ ชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ แห่ไปตามถนนรอบเมือง เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วถึงกัน แต่เดิมที่ดินบริเวณวัดนี้เป็นตลาดเรียกว่า กาดลีเชียง (กาด หมายถึง ตลาด) จนถึงปี พ.ศ. 1888 พระเจ้าผายู กษัตริย์องค์ที่ 7 ในราชวงศ์เม็งรายทรงโปรดฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง 24 ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิ พระราชบิดาของพระองค์ สถาปัตยกรรมสำคัญของวัดนี้ได้แก่ วิหารลายคำที่มีจิตรกรรมฝาผนังงดงาม พระอุโบสถ หอไตรที่มีปูนปั้น รูปเทวดาประดับ และเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา

วัดเจดีย์หลวง
วัดที่มีเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ก็คือ วัดเจดีย์หลวง ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางเมือง วัดนี้สร้างขึ้น ในรัชกาลของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์เม็งราย พระองค์โปรดฯ ให้ช่างสร้างเป็นเจดีย์องค์ใหญ่ สูงถึง 88 เมตร ฐานกว้างด้านละ 54 เมตร แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 1954 ต่อมาในสมัยพระนางจิระประภาครองเมืองเชียงใหม่ ได้เกิดแผ่นดินไหว ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลงเมื่อปี พ.ศ. 2008 วิหารด้านหน้าของวัดนี้เจ้าคุณอุบาลีคุณปรมาจารย์ (สิริจันทะเถระ) และเจ้าแก้วนวรัฐ เป็นผู้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2471 หน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยลงมางดงามยิ่ง ใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตูวิหาร นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของภาคเหนือ

เสาอินทขิลหรือเสาหลักเมือง
เป็นหลักเมืองเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 1839 ปัจจุบันนี้อยู่ตรงหน้าวัดเจดีย์หลวง เสาอินทขิลนี้ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ หลักอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในเดือนพฤษภาคมจะมีงานเรียกว่า งานอินทขิล เป็นการฉลองหลักเมืองเป็นประจำ

วัดตำหนัก
(วัดศิริมังคลาจารย์หรือวัดสวนขวัญ) สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2050 ในสมัย พระเจ้าศิริธรรมจักรพรรดิราช (พระเมืองแก้ว) กษัตริย์องค์ที่ 13 แห่งราชวงศ์เม็งราย อาศรมแห่งนี้ เป็นที่จำพรรษา ของพระศิริมังคลาจารย์ ผู้นิพนธ์พระคัมภีร์ "มังคลัตถทีปนี" ปัจจุบันนี้ชำรุดทรุดโทรมปรักหักพังลงแล้ว

วัดกู่เต้า
เดิมชื่อ วัดเวฬุวนาราม ตั้งอยู่ในตำบลศรีภูมิ ติดกับสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ มีเจดีย์ที่มีลักษณะ แปลกไปกว่าเจดีย์อื่นๆ ในเมืองไทย วัดนี้ไม่มีประวัติแจ้งไว้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่มีตำนานเล่าว่า เจดีย์กู่เต้านี้ เป็นที่บรรจุอัฐิของเจ้าฟ้าสารวดี ซึ่งเป็นราชโอรสของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งมาครองเมืองเชียงใหม่ในระหว่างปี พ.ศ. 2122-2150 ลักษณะของเจดีย์องค์นี้คล้ายกับนำผลแตงโมมาวางซ้อนกันไว้หลายๆ ลูก ชาวบ้านจึงเรียกว่า เจดีย์กู่เต้า ดังกล่าว

วัดเจดีย์เหลี่ยมหรือเจดีย์กู่คำ
อยู่ถนนสายเกาะกลาง สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าเม็งราย เมื่อปี พ.ศ. 1831 กล่าวคือ หลังจากที่พระองค์ได้ยกทัพมาตีเมืองลำพูนแล้ว พระองค์ทรงมอบเมืองลำพูนให้อำมาตย์คนสนิทชื่อ อ้ายฟ้า ครองเมืองแทน ส่วนพระองค์ก็ยกทัพไปสร้างเมืองใหม่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ได้ 5 ปี พระองค์ก็ยกทัพไปสร้างเมืองใหม่อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำปิง เมื่อปี พ.ศ. 1820 ให้ชื่อเมืองนี้ว่า เวียงกุมกาม จนถึงปี พ.ศ. 1830 พระองค์ทรงโปรดฯ ให้ช่างไปถ่ายแบบพระเจดีย์ มาจากวัดจามเทวีลำพูน เพื่อนำมาสร้างให้เป็นที่สักการะแก่คนทั้งหลาย โดยสร้างเจดีย์องค์นี้ มีฐานกว้าง 8 วา 1 ศอก สูง 22 วา มีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ในซุ้มทั้ง 4 ด้าน ๆ ละ 15 องค์ รวม 60 องค์

หลังจากนั้นมาเป็นเวลาหลายร้อยปี วัดนี้ได้ถูกทอดทิ้งให้รกร้าง จนถึงปี พ.ศ. 2451 มีคหบดีชาวพม่าคนหนึ่งได้มาเห็นเข้า เกิดความเลื่อมใส ได้บูรณะขึ้นใหม่ โดยให้ช่างชาวพม่าเป็นผู้ดำเนินการ จึงมีศิลปะแบบพม่าเข้ามาแทนที่ศิลปะแบบขอม ซึ่งเป็นแบบดั้งเดิม คงมีแต่โครงสร้างที่ยังเป็นรูปเดิมอยู่เท่านั้น

วัดแสนฝาง
ตั้งอยู่ที่ถนนท่าแพ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างในสมัยใด ทราบแต่ว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง วัดนี้เป็นวัดพม่า จึงมีศิลปะการก่อสร้างแบบพม่า พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 โปรดฯ ให้รื้อที่ประทับ ของพระเจ้ากาวิโรรสสุริวงศ์ (เจ้าชีวิตอ้าว) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 6 มาสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2420 ครั้นสร้างเสร็จแล้วจึงโปรดฯ ให้มีการฉลองในปี พ.ศ. 2421

เวียงกุมกาม
เป็นเมืองโบราณที่พญามังราย (พ่อขุนมังราย) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1829 โดยโปรดฯ ให้ขุดคูเวียงทั้ง 4 ด้าน ไขน้ำแม่ปิงให้ขังไว้ในคูเวียง โบราณสถานที่ปรากฏอยู่ในเวียงกุมกาม และใกล้เคียง จากการสำรวจพบว่ามีอยู่ 20 แห่ง ทั้งที่เป็นซากโบราณสถาน และเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่ โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดช้างและซากเจดีย์ วัดกุมกาม วัดน้อย วัดปู่เตี้ย วัดกู่ขาว วัดอีก้าง ซึ่งรูปแบบทางศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมนั้นมีทั้งแบบรุ่นเก่า และสมัยเชียงใหม่รุ่งเรืองปะปนกันไป ปัจจุบันเวียงกุมกาม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ประมาณกิโลเมตร 3-4 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ด้านขวามือในเขตตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภีและอยู่ใกล้ฝั่งด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำปิง

วัดเจ็ดยอด
หรือวัดโพธารามวิหาร ตั้งอยู่บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายเชียงใหม่-ลำปาง ห่างจากตัวเมือง 4 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ของจังหวัดเชียงใหม่ วัดนี้ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก และเพิ่งได้รับการบูรณะและปฏิสังขรณ์ใหม่ เมื่อไม่นานมานี้ สถาปัตยกรรมสำคัญของวัดนี้ ได้แก่ เจดีย์เจ็ดยอด ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พุทธคยาในประเทศอินเดีย ที่ฐานเจดีย์ประดับรูปเทวดาปูนปั้น นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ทรงปราสาท บรรจุอัฐิพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย ผู้สร้างวัดนี้

วัดอุโมงค์
ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามังรายเมื่อราวปี พ.ศ. 1839 และได้บูรณะเพิ่มเติม ในสมัยพระเจ้ากือนา เป็นวัดที่มีอาณาเขตกว้างขวาง มีโบราณสถานที่สำคัญ คือ สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นแนวยาวคล้ายกำแพง ภายในเป็นอุโมงค์ทางเดินหลายช่อง เดินทะลุกันได้ ด้านบนกำแพงมีเจดีย์ก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ ปัจจุบันปรับปรุงบริเวณ เป็นสวนพุทธธรรม ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
ตั้งอยู่บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ (เชียงใหม่-ลำปาง) ใกล้ๆ กับวัดเจ็ดยอด จะเห็นตึก รูปทรงแบบลานนาไทยประยุกต์ตั้งเด่นอยู่ริมถนน ภายในเป็นบริเวณกว้างขวางและร่มรื่น ภายในพิพิธภัณฑ์มีสิ่งที่น่าสนใจ และศึกษามากมาย รวบรวมไว้ซึ่งศิลปะวัฒนธรรมของภาคเหนือไว้ด้วย

ศูนย์ศิลปะการแสดงกาดสวนแก้ว
ตั้งอยู่ในอุทยานการค้ากาดสวนแก้ว สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์กลาง ในการนำเสนอกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม และเผยแพร่ความรู้ทางศิลปะการแสดง ประกอบด้วยสถาบันศิลปะการแสดง ห้องสมุด หอศิลป์ วงดนตรี คณะละคร รวมทั้งโรงละครกาดสวนแก้ว ซึ่งเป็นโรงละครที่มีการออกแบบและใช้อุปกรณ์ทางเทคนิคที่ทันสมัย เปิดแสดงละครทั้งของไทยและต่างประเทศ

พิพิธภัณฑชาวเขา
ตั้งอยู่ในบริเวณสวนหลวงล้านนา ร.9 ใกล้สนามกีฬา 700 ปี ต.ช้างเผือก อ.เมือง เป็นที่รวบรวมเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับชาวเขาที่อยู่ในประเทศไทย โดยทำการวิจัยศึกษาเกี่ยวกับด้านมนุษยวิทยา และความเป็นอยู่ของชาวเขา เพื่อหาทางขจัดปัญหาการทำลายป่า โดยแนะแนวอาชีพใหม่ให้แก่ชาวเขาได้ทำมาหากินเป็นหลักแหล่ง ไม่ทำไร่เลื่อนลอยเหมือนแต่ก่อน

วัดพระบาทสี่รอย
จากตัวเมืองใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-แม่ริม ระหว่างกิโลเมตรที่ 20-21 จะมีป้ายบอกทางไปวัดอีก 31 กิโลเมตร

การเดินทางโดยรถยนต์

  • จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านอยุทธยา อ่างทอง นครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยังพิษณุโลก แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 111 ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร
  • จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านอยุทธยา อ่างทอง นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ลำปาง ถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กิโลเมตร

การเดินทางโดยรถประจำทาง

มีรถประจำทางทั้งรถธรรมดาและปรับอากาศบริการ ระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง
รายละเอียดสอบถามได้ที่
สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2
โทรศัพท์: 02-936-2841-48, 02-936-2852-66 ต่อ 442, 311
ตารางการเดินรถสายเหนือ

การเดินทางโดยรถไฟ

มีรถด่วน และรถเร็ว ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ ทุกวัน
รายละเอียดสอบถามได้ที่
(Call Center) สายด่วน การรถไฟแห่งประเทศไทย: 1690
ตารางการเดินรถไฟภาคเหนือ

การเดินทางโดยเครื่องบิน

ปัจจุบันมีสายการบินในประเทศหลายสายการบินที่ให้บริการ จากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และจากสนามบินจังหวัดต่างๆ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ วันละหลายเที่ยวบิน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
โทรศัพท์: 1566
เว็บไซต์: http://www.thaiairways.com

บริษัท โอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์ จำกัด
โทรศัพท์: 1126
เว็บไซต์: http://www.flyorientthai.com

บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด
โทรศัพท์: 02-515-9999
เว็บไซต์: http://www.airasia.com

บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด
โทรศัพท์: 1318, 02-900-9955
เว็บไซต์: http://www.nokair.com

เส้นทางการเดินทาง

  • สุกันทรา แคสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา

    สุกันทรา แคสเคด รีสอร์ทแอนด์สปา

    บ้านที่พักหลากหลายไสตล์ของรีสอร์ทนั้น ถูก จัดวางไว้อย่าง กลมกลืนบนฝั่งของลำธารและน้ำตกธรรมชาติ เสียงน้ำตกซัดซ่า กล่อมความรู้สึก ให้เคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย

    อ่านต่อ...